Touchstone ที่ชาร์จไร้สายจากปาล์ม

ปาล์มส่ง Palm Pre สมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดมาโชว์ตัวในมหกรรมสินค้าอิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภค Consumer Electronics Show ตามคาด โดย Pre จะวางจำหน่ายแบบเอ็กซ์คลูซีฟกับ Sprint 3G Network ภายในครึ่งปีแรกของปีนี้
       
       เป็นไปตามข่าวลือที่ออกมาก่อนหน้านี้ ปาล์มหวังใช้จุดแข็งเรื่องเทคโนโลยีมัลติทัชสกรีนของไอโฟน (iPhone) และแผงคีย์บอร์ดเต็มยศใช้งานง่ายของแบล็กเบอร์รี่ (BlackBerry) มาผนวกเข้าด้วยกันบนสินค้าใหม่ของตัวเอง ดึงระบบปฏิบัติการใหม่นาม Palm Web OS เชื่อมต่อโลกความบันเทิงและโลกธุรกิจ เพื่อต่อลมหายใจให้ปาล์มอยู่รอดในสมรภูมิสมาร์ทโฟนสุดดุนี้ได้ต่อไป
       
       สรุปคือ Pre เป็นโทรศัพท์มือถือมัลติทัชสกรีนที่ผู้ใช้สามารถสัมผัสหน้าจอได้พร้อมกันหลายจุด มาพร้อมคีย์บอร์ด QWERTY แบบสไลด์แนวตั้ง โดยปาล์มนำเซ็นเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหวหรือเทคโนโลยี accelerometer มาอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้สามารถสั่งการเครื่องได้โดยการเขย่าหรือหมุนเครื่อง เพียบพร้อมด้วยระบบเชื่อมต่อไวร์เลส, จีพีเอส, บลูทูธ 2.1
       
       หน่วยความจำภายใน 8GB หน้าจอมีขนาด 3.1 นิ้ว ความละเอียด 320 x 480 พิกเซล ด้านล่างของหน้าจอจะมีแถบที่เรียกว่า "Gesture Area" ใช้ในการเปิดแอปพลิเคชันต่างๆภายในเครื่อง นอกจากนี้ยังมาพร้อมกล้องความละเอียด 3 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลชแบบแอลอีดี ช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร และสามารถเชื่อมต่อความเร็วสูงกับคอมพิวเตอร์ผ่านพอร์ตยูเอสบี 2.0
       
       เมื่อเทียบกับไอโฟนและคู่แข่งในตลาดสมาร์ทโฟน รายงานระบุว่า Pre มีขนาดเล็กและเบากว่า โดยน้ำหนักของ Pre อยู่ที่ 4.8 ออนซ์เท่านั้น ยังไม่เปิดเผยกำหนดการวางตลาด Pre ที่แน่นอนในขณะนี้
       
       สำหรับระบบปฏิบัติการโอเพ่นซอร์ส Palm Web OS ที่ปาล์มเปิดตัวในงานนี้ จุดเด่นคือส่วนติดต่อผู้ใช้หรือ user interface ใหม่ซึ่งสร้างมาเพื่อให้ผู้ใช้เลือกตั้งค่าโปรแกรมจิ๋วสำหรับรันบนหน้าจอโทรศัพท์ที่เรียกกันว่าวิดเจ็ท (widget) ได้ง่ายดาย นอกจากนี้ ปาล์มยังการันตีว่า Palm Web OS จะทำให้ผู้ใช้สามารถเชื่อมต่อข้อมูลจากหลายแหล่งได้ผ่านแอปพลิเคชันเดียว เช่น ในแอปพลิเคชันอีเมล Pre จะมีแฟ้ม All Inboxes ซึ่งเป็นกล่องที่ผู้ใช้จะสามารถเช็คอีเมลทุกชื่อที่มีได้ในครั้งเดียว
       
       งานนี้ปาล์มการันตีคุณสมบัติมากมายของโอเอสใหม่ หนึ่งในนั้นปาล์มบอกว่า หากผู้ใช้จะพิมพ์ชื่ออีเมลที่ต้องการส่ง Web OS จะค้นหาชื่ออีเมลทั้งจากบัญชีอีเมลส่วนตัวและเพื่อนร่วมงานที่เก็บไว้ในเครื่อง หากไม่พบ ระบบจะสืบค้นจากฐานข้อมูลประวัติการส่งข้อมูลในเครื่อง ก่อนจะเติมชื่ออีเมลให้เต็มโดยอัตโนมัติ
       
       นอกจากโอเอส ปาล์มยังเปิดตัวที่ชาร์จไร้สายนาม Touchstone เป็นที่ชาร์จสมาร์ทโฟนไร้สายซึ่งใช้เทคโนโลยีเหนี่ยวนำไฟฟ้า ใช้แม่เหล็กเป็นส่วนประกอบหลัก ในเว็บไซต์ของปาล์มระบุว่า เพียงเสียบปลั้คไร้สาย แท่นชาร์จแม่เหล็กนี้จะเหนี่ยวนำไฟฟ้าเข้ามาในตัวโดยไม่ต้องมีสายไฟฟ้าเข้ามาเกี่ยวข้อง ผู้ใช้สามารถวางโทรศัพท์เพื่อชาร์จไฟได้ทันที ผ่านการทดสอบแล้วว่าไม่เป็นอันตรายกับมนุษย์หากเผลอไปสัมผัส
       
       ปาล์มบอกว่าที่ชาร์จไร้สายนี้จะวางจำหน่ายแยกเป็นอุปกรณ์เสริม ซึ่งไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดการจำหน่ายเช่นกัน

ศาลมีคำพิพากศาจำคุก 3 อาชญากรหนัก ฐานโจรกรรมข้อมูลรหัสผู้ใช้และรหัสผ่านทางคอมพิวเตอร์ เข้าระบบฐานข้อมูลของทรูมูฟ ที่เข้าไปแก้ไขวงเงินระบบพรีเพด
       
       สืบเนื่องจากคำพิพากษาหมายเลขคดีแดงที่ อ.4948/2551 ของศาลอาญาพิพากษาคดีเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2551 ระหว่างโจทก์ คือพนักงานอัยการสำนักงานอัยการสูงสุด, สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร 2 พร้อมโจทก์ร่วม คือ บริษัท ทรู มูฟ จำกัด และ จำเลยคือ นายทวีทรัพย์ ลลิตศศิวิมล (จำเลยที่ 1) นายปารเมศ วิทยากร (จำเลยที่ 2) นายฉัตรชัย บูรณะดิษ (จำเลยที่ 3)
       
       ศาลอาญากรุงเทพ มีคำพิพากษาจำคุก นายทวีทรัพย์ ลลิตศศิวิมล (จำเลยที่ 1) นายปารเมศ วิทยากร (จำเลยที่ 2) และนายฉัตรชัย บูรณะดิษ (จำเลยที่ 3) ในความผิดฐานปลอมบัตรอิเล็กทรอนิกส์ ใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอม จำหน่ายหรือร่วมกันจำหน่ายบัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอม โดยการโจรกรรมข้อมูลรหัสผู้ใช้และรหัสผ่านทางคอมพิวเตอร์ เข้าระบบฐานข้อมูลของบริษัท ทีเอ ออเร้นจ์ จำกัด (ปัจจุบัน บริษัท ทรู มูฟ จำกัด) เพื่อเข้าไปแก้ไขวงเงินการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่แบบเติมเงินให้มีมูลค่าสูงขึ้นจากเดิม ทำให้บริษัทเสียหายกว่า 105 ล้านบาท เหตุเกิดเมื่อต้นเดือนสิงหาคม 2548
       
       เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2551 ศาลอาญามีคำพิพากษาจำคุก จำเลยที่ 1 และที่ 2 ฐานร่วมกันจำหน่าย หรือมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอมรวม 48 กระทง กระทงละ 2 ปี จำคุก 96 ปี และพิพากษาจำคุกจำเลยที่ 3 กระทงละ 2 ปี รวม 4 กระทง จำคุก 8 ปี แต่เนื่องจากคำให้การในชั้นสอบสวน และคำเบิกความในชั้นพิจารณาของจำเลยทั้งสามเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ จึงลดโทษให้ 1 ใน 3 คงเหลือจำคุกจำเลย ที่ 1 และที่ 2 คนละ 50 ปี และจำคุกจำเลยที่ 35 ปี 4 เดือน รวมทั้งริบเครื่องมืออุปกรณ์ของกลางทั้งหมด และเงินฝากในบัญชีเงินฝากธนาคารของจำเลยที่ 1 รวม 3,758,443.20 บาท อย่างไรก็ตาม คดีดังกล่าวนี้ จำเลยยังมีสิทธิยื่นอุทธรณ์ได้ตามกฎหมายต่อไป

 
แฟ้มภาพเน็ตบุ๊กของเอเซอร์ การสำรวจล่าสุดพบว่าคอมพิวเตอร์พกพาถูกจัดส่งเข้าสู่ตลาดไอทีโลกมากกว่าคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะแล้ว
ยอดจัดส่งคอมพิวเตอร์แล็ปท็อปทั่วโลกนำหน้ายอดจัดส่งคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อปแล้วเป็นครั้งแรก ผลคือโลกต้องจารึกว่าไตรมาส 3 ปี 2008 คือไตรมาสแรกที่"สันปันน้ำ"เส้นใหม่ที่เกิดขึ้นในอุตสาหกรรมไอทีโลก
       
       ผลการสำรวจครั้งนี้มาจากบริษัทวิจัยไอซัปพลาย (iSuppli) ระบุว่ายอดจัดส่งคอมพิวเตอร์พกพาทั่วโลกนั้นเพิ่มขึ้น 40 เปอร์เซ็นต์ อยู่ที่ 38.6 ล้านเครื่องในขณะนี้ สวนทางกับยอดจัดส่งคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะซึ่งมีจำนวนลดลง 1.3 เปอร์เซ็นต์เหลือ 38.5 ล้านเครื่อง โดยภาพรวมยอดจัดส่งคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลทั่วโลกนั้นเพิ่มขึ้น 15.4 เปอร์เซ็นต์ตลอดไตรมาส รวมทั้งสิ้นราว 79 ล้านเครื่อง
       
       ไอซัปพลายบอกว่า ไตรมาส 3 ของปี 2008 เอเซอร์ (Acer) จัดส่งคอมพิวเตอร์แล็ปท็อปสู่ตลาดมากกว่าไตรมาส 2 อย่างต่ำ 3 ล้านเครื่อง ที่สำคัญ ในยอดจัดส่งนี้ส่วนใหญ่คือเน็ตบุ๊ก คอมพิวเตอร์ตัวเล็กที่เน้นความสามารถในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ซึ่งจากสถิติล่าสุด เอเซอร์กลายเป็นผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลอันดับสามของโลกที่มีส่วนแบ่งตลาด 12.2 เปอร์เซ็นต์ ตามหลังเบอร์สองอย่างเดลล์ (Dell) ไม่ถึง 2 เปอร์เซ็นต์
       
       ผู้จำหน่ายคอมพิวเตอร์พีซีอันดับหนึ่งยังคงที่ เอชพี (Hewlett-Packard) จัดส่งคอมพิวเตอร์พีซีตลอดไตรมาส 3 ปี 2008 รวม 14.9 ล้านเครื่อง ส่วนแบ่งการตลาด 18.8 เปอร์เซ็นต์
       
       รายงานจากไอซัปพลายระบุว่า ยอดจัดส่งคอมพิวเตอร์แมคอินทอชของแอปเปิลนั้นมีสัดส่วนลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า โดยแอปเปิลครองส่วนแบ่งตลาดได้ 3.2 เปอร์เซ็นต์ อยู่ในอันดับที่ 7 ของตลาดรวม
       
       นอกจากนี้ ตัวเลขล่าสุดจากการสำรวจตลาดประเทศญี่ปุ่นยังพบว่า ยอดจำหน่ายคอมพิวเตอร์แล็ปท็อปแดนอาทิตย์อุทัยนั้นทะลุหลัก 70 เปอร์เซ็นต์แล้วในขณะนี้ อานิสงส์จากการเติบโตของตลาดเน็ตบุ๊กเช่นเคย
       

       สมาคมผู้ค้าสินค้าไอทีแห่งชาติญี่ปุ่น Japan Electronics and Information Technology Industries Association (JEITA) เปิดเผยว่า ตลอดเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมามีการจัดส่งคอมพิวเตอร์แล็ปท็อปเข้าสู่ญี่ปุ่นราว 457,000 เครื่อง น้อยกว่าการจัดส่งเดสก์ท็อปที่มีจำนวน 185,000 เครื่อง ผลคือเดือนพฤศจิกายนเป็นเดือนแรกที่สัดส่วนตลาดคอมพิวเตอร์พกพาเพิ่มขึ้นแตะระดับ 71.1 เปอร์เซ็นต์เป็นครั้งแรก ขณะที่เดสก์ท็อปครองสัดส่วน 28.9 เปอร์เซ็นต์
       
       ช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา รายงานข่าวต่างประเทศระบุว่ายอดขายโน้ตบุ๊กกินสัดส่วนเกินครึ่งในสหรัฐฯ เป็นครั้งแรก ตรงกับประเทศไทยที่โน้ตบุ๊กขายดีกว่าพีซี โดยสถิติล่าสุดทำให้ไอซัปพลายประกาศเพิ่มตัวเลขอัตราการเติบโตของยอดจำหน่ายคอมพิวเตอร์พีซีปี 2008 จาก 12.5 เปอร์เซ็นต์เป็น 13 เปอร์เซ็นต์ แต่สำหรับปี 2009 ไอซัปพลายคาดว่าอัตราการเติบโตจะอยู่ที่ 4.3 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น